วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย


            กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย


มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน
            มาตรฐานการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนทุกคน มีดังนี้

สาระที่ ๑ : จำนวนและการดำเนินการ

มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนใน ชีวิตจริง
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่าง
ๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค ๑.๔ เข้าใจในระบบจำนวนและสามารถนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้ได้

สาระที่ ๒ : การวัด

มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด
มาตรฐาน ค ๒.๒ วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดได้
มาตรฐาน ค ๒.๓ แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้

สาระที่ ๓ : เรขาคณิต 

มาตรฐาน ค ๓.๑ อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติได้
มาตรฐาน ค ๓.๒ ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning) และใช้แบบจำลอง
ทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหาได้

สาระที่ ๔: พีชคณิต 

มาตรฐาน ค ๔.๑ อธิบายและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้
มาตรฐาน ค ๔.๒ ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง
ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหาได้

สาระที่ ๕ : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น 

มาตรฐาน ค ๕.๑ เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้
มาตรฐาน ค ๕.๒ ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค ๕.๓ ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้

สาระที่ ๖ : ทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์

มาตรฐาน ค ๖.๑ มีความสามารถในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค ๖.๒ มีความสามารถในการให้เหตุผล
มาตรฐาน ค ๖.๓ มีความสามารถในการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ
มาตรฐาน ค ๖.๔ มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ ได้
มาตรฐาน ค ๖.๕ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 7 วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 7 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-อาจารย์ได้สอนเนื้อหา
  • รูปแบบการจัดประสบการณ์ 
  1. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ
  2. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบโครงการ
  3. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบสมองเป็นฐาน
  4. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบSTEM
  5. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบมอนเตสซอรี่
  6. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบเดินเรื่อง

****รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ****
                    การจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ เป็นการเอาศาสตร์แต่ละอย่างมารวมกันซึ่งเกิดจากความสนใจและเชื่อมโยงกับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความรู้ และมีทักษะเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาได้    

                    ความสำคัญการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ  นำความรู้และทักษะจากหลายๆศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้  (เกิดความรู้ใหม่)


                                                     ศาสตร์ความรู้ในการบูรณาการ
  1. คณิตศาสตร์                        
  2. วิทยาศาสตร์
  3. ภาษา
  4. สังคม
  5. ศิลปะ
  6. สุขศึกษา
  7. พลศึกษา

  • คณิตศาสตร์    วิทยาศาสตร์   และภาษา จะพัฒนาเด็กในด้าน สติปัญญา
  • สังคม  จะพัฒนาเด็กในด้าน สังคม  
  • ศิลปะ   จะพัฒนาเด็กในด้าน อารมณ์และจิตใจ
  • สุขศึกษา และพลศึกษา   จะพัฒนาเด็กในด้าน ร่างกาย
                จะเห็นได้ว่าการสอนแบบบูรณาการนั้นจะสามารถพัฒนาเด็กได้อย่างครบองค์รวม คือการ พัฒนาเด็กอย่างรอบด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปํญญา
                     
วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนเกี่ยวกับรูปแบบการจัดประสบการณ์ รูปแบบต่างๆ
-นักศึกษาเลขที่ 17 นำโทรทัศน์ครูมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิด ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
          นำความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการจัดประสบการณ์ รูปแบบต่างๆไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เด็ก  ได้เรียนรู้ตามสาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง


บรรยากาศในการเรียน :
            โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม  มีแสงสว่างพอดี

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : มีความรู้ความเข้าในในเรื่องที่เรียน เข้าใจในเนื้อหา และเข้าใจในงานที่อาจารย์สั่ง
  • เพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย 
  • อาจารย์ : อาจารย์ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงไม่ดังและเบามากเกินไป สอนได้เข้าใจง่าย สั่งงานอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น

********************************************

เพลง 1 ปี  12 เดือน 
1 ปี นั้นมี 12 เดือน  อย่าลืมเลือนจำไว้ให้มั่น
1 สัปดาห์ นั้นมี 7 วัน ๆ
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
ลั่น ลัน ลั่น ลา


เพลง นกกระจิบ
                                              นั่นนก บินมาลิบๆ               นกกระจิบ 1 2 3 4 5
                                              อีกฝูง  บินล่องลอยมา        6 7  8  9 10  ตัว





*****************************************

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6 วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 6 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน

1.เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ มีอะไรและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง

-อาจารย์ได้สอนเนื้อหา
  • เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ มีอะไรบ้าง
                   *นิทาน
                   *เพลง
                   *เกม  
                                             (เกมการศึกษา เช่น โดมิโน จับคู่ ภาพตัดต่อ เรียงลำดับ 
                                               เกมรถไฟ เกมความสัมพันธ์สองแกน พื้นฐานการบวก )
                   *คำคล้องจอง
                   *ปริศนาคำทาย
                   *บทบาทสมมุติ
                   *แผนภูมิภาพ
                   *การประกอบอาหาร
                   *กิจวัตรประจำวัน
                   *และอื่นๆ เช่น  การพับกระดาษ  ไปตลาด เป็นต้น

  • เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง
             เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ นั้นเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้โดยการใช้เทคนิคที่เด็กสนใจ เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก และอยู่ในชีวิตประจำวัน ของเด็ก และเปลี่ยนเนื้อเรื่องเทคนิคให้สอคคล้องกับสาระการเรียนรู้  ซึ่งการจัดกิจกรรมต่างๆที่เปิดโอกาสให้ได้เด็กได้กระทำด้วยตนเอง ผ่านการเล่น การได้สัมผัส ได้กระทำ จากการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน และผู้ใหญ่ จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และมีประสบการณ์ที่ดี

          สรุุป  การสอนเด็ก =  1.ยึดความสนใจเด็ก
                                           2.เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก
                                           3.อยู่ในชีวิตประจำวันเด็ก
                                           4.เปลี่ยนเนื้อเรื่องเทคนิคให้สอคคล้องกับสาระการเรียนรู้  

        *******************************

 เมื่อเด็กเรียนรู้แล้ว เด็กต้องได้สาระการเรียนรู้ และประสบการณ์สำคัญ
ซึ่งหมายถึง ความรู้ และ ทักษะ นั่นเองค่ะ
.....................................................................


  • สี่เหลี่ยมต่อรูปอะไรได้บ้างนะ????

เกมนี้จะช่วยฝึกให้เราได้คิดและสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ค่ะ 
โดยต้องให้ขอบของสี่เหลี่ยมด้านใดด้านหนึ่งติดกันนะค่ะ
* 1 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ?????? 
* 2 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ?????? 

* 3 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ?????? 
* 4 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ??????
* 5 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ??????







วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ และการนำไปประยุกต์ใช้
-เกมสี่เหลี่ยมต่อรูปอะไรได้บ้างนะ????
-นักศึกษาเลขที่ 13-14 นำวิจัยมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
       สามารถนำเทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้มากที่สุดทั้งยังมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก และอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก


บรรยากาศในการเรียน :

         วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม    โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : ตั้งใจเรียน แต่งกายถูกระเบียบ และชอบที่ได้ร้องเพลงคำคล้องจอง
  • เพื่อน :  เพื่อนร้องเพลงคำคล้องจองอย่างสนุกสนานและมีท่าประกอบด้วย
  • อาจารย์ : อาจารย์สอนดีมีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น  เช่น การนำคำคล้องจองมาให้นักศึกษาเล่นเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าคำคล้อองจองนั้นสามารถสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กได้

********************************************

เพลง นับนิ้วมือ


                              นี่คือนิ้วมือของฉัน                                      มือของฉันนั้นมีสิบนิ้ว
                             มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว                                       มือขวาก็มีห้านิ้ว

                              นับ 1 2 3 4 5                                              นับต่อมา 6 7 8 9 10 
                              นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ                                    นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ




เพลง หนึ่ง-สอง-สาม

                                          1 2 3 เป็นยามปลอด                4 5 6 ลอดรั้วออกไป 
                                          7 8 9 แดดแจ่มใส                    10  11 ไวไววิ่งไล่กัน
                                         12 13 รีบย่องกลับ                    14 15 หลับแล้วฝัน
                                         16 17 ตกเตียงพลัน                  18 19 20 นั้นฉันหัวโน


*****************************************

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5 วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 5 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน

1.มาตรฐานคืออะไรเเละมีประโยชน์อย่างไร

2.สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง

3.สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฎิบัติในชั้นเรียนได้อย่างไร
-อาจารย์ได้สอนเนื้อหา
  • มาตรฐานคืออะไรเเละมีประโยชน์อย่างไร 
                              มาตรฐาน คือ สิ่งที่วัดคุณภาพ โดยใช้เกณฑ์ (ขั้นต่ำ) 
          เพื่อประโยชน์คือ ควบคุมคุณภาพของสิ่งต่าง
  • สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง
                                กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัยคลิกที่นี่
                  1.จำนวนละการดำเนินการ = รู้ค่าจำนวน
                  2.การวัด = หาค่าเชิงปริมาณ
                  3.เรขาคณิต = รู้จักรูปทรง
                  4.พีชคณิต = เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์
                  5.การวัดวิเคราห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
                  6.ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ = รู้จักการใช้เหตุผลเเก้ปัญหาด้วยตนเอง
  • สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฎิบัติในชั้นเรียนได้อย่างไร
  1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ : รู้ค่าจำนวน เปรียบเทียบเรียงลำดับ เข้าใจหลักการนับ
  2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา : เปรียบเทียบ เรียงลำดับ เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำที่ใช้บอกเวลา
     3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต  :  ตำแหน่ง ระยะทาง ทิศทาง
     4.มีความรู้ความเข้าแบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
     5.การมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอแผนภูมิอย่างง่าย
     6.มีทักษะและกระบวณการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์
-นักศึกษาเลขที่ 10 นำบทความมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
          นำความรู้ไปใช้ในการจักกิจกรรมเพื่อให้เด็ก  ได้เรียนรู้ตามสาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง


บรรยากาศในการเรียน :
            โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม  มีแสงสว่างพอดี

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : มีความรู้ความเข้าในในเรื่องที่เรียน เข้าใจในเนื้อหา และเข้าใจในงานที่อาจารย์สั่ง
  • เพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย มีความกระตือรือล้นในการเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม
  • อาจารย์ : อาจารย์ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงไม่ดังและเบามากเกินไป สอนได้เข้าใจง่าย สั่งงานอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น

********************************************

เพลง เข้าแถว 
เข้าแถว เข้าแถว         อย่าล้ำแนว ยืนเรียงกัน 
อย่า มัวแชเชือน       เดินตาม เพื่อนให้ทัน 
ระวัง เดินชนกัน     เข้าแถวกัน ว่องไว




เพลง จัดแถว
สองมือเราชูตรง                แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
ต่อไปย้ายมาข้างหน้า              แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตรง




เพลง ซ้าย-ขวา
ยืนตัวให้ตรง                            ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนซ้ายอยู่ไหน                       หันตัวไปทางนั้นแหละ


*****************************************

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 4 วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 4 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน
  1. ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
  2. จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
  3. ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
  4. หลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็ฏปฐมวัย
-อาจารย์ได้สอนเนื้อหาทางคณิตศาสตร์
  • ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
        เด็กเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง5 และเรียนรู้ของจริง(รูปธรรม) เด็กจะตอบตามที่เห็น
  • จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
               เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น การรู้จักคำศัพท์
พัฒนามโนภาพเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น การบวกลบ และให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง
  • ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
  1. การสังเกต 
  2. การจำแนกประเภท
  3. การเปรียบเทียบ
  4. การจัดลำดับ
  5. การวัด
  6. การนับ
  7. รูปทรงและขนาด
  • หลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็กปฐมวัย
           ใช้สื่อที่เป็นของจริง(รูปธรรม)และน่าสนใจ ให้เด็กได้เล่นโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
เด็กจะมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เด็กได้ลงมือกระทำ ได้ใช้ความคิด มีสังคมและรู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
และกิจกรรมควรใช้เวลาไม่นาน เพราะ เด็กจะเบื่อง่ายตามพัฒนาการตามวัย


  • ขั้นตอนการสอน 
  1. ขั้นนำ = ร้องเพลง , คำถาม 
             -  ถามความรู้เดิมเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน เช่น ในเนื้อเพลงมีผลไม้อะไรบ้าง (ครูบันทึกที่เด้ฏตอบ)

      2.ขั้นสอน =  บูรณาการ

            - ใช้เทคนิคคำถาม เด็กจะได้ทักษะภาษา ได้สังเกต(วิทยาศาสตร์)  ได้คิด และตอบ
            - บทบาทสมมุติ (เด็กรู้จักการเลียนแบบ การปรับตัว)
            - รูปทรง ( คณิตศาสตร์)

      3.ขั้นสรุป = องค์ความรู้

           -เมื่อให้เด็กลงมือปฏิบัติจริงแล้ว ครูควรจะสรุปองค์ความรู้เพื่อเป็นตะกอนความรู้ให้กับเด็กๆ

วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์   จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย  ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย และหลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็ฏปฐมวัย
-อาจารย์ยกตัวอย่างคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับวันเกิดเพื่อน 
-นักศึกษาเลขที่ 7- 9 นำโทรทัศน์ครูมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การวิเคาะห์ตัวเลขที่มีอยู่ในเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
    นำความรู้ไปใช้ในการจักกิจกรรมเพื่อให้เด็กนั้นเข้าใจเรื่องเวลา  โดยใช้เกณฑ์หรือสื่ออื่นๆ  และสามารถนำขั้นตอนการสอน มาใช้เพื่อให้เด็กได้ลงมือกระทำจริง เรียนรู้จริง

บรรยากาศในการเรียน :


โต๊ะเก้าอี้สะอาด นั่งเป็นระเบียบ  วัสดุอุปกรณ์พร้อม 

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : มีความรู้ความเข้าในในเรื่องที่เรียน เข้าใจในเนื้อหา และเข้าใจในงานที่อาจารย์สั่ง
  • เพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย มีความกระตือรือล้นในการเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม
  • อาจารย์ : อาจารย์สอนดีมีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น  เช่น การยกตัวอย่างคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับวันเกิดเพื่อน มาให้นักศึกษาเล่นเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าคำคล้อองจองนั้นสามารถสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กได้ และอาจารย์มีความรู้ความสามารถ สามารถประยุกต์สอนนักศึกษากับเหตุการณ์ ณ  ปัจจุบันได้อย่างเข้าใจ

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 3 วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 3 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  ทดสอบก่อนเรียน

  1. ความหมายและประโยชน์ของพัฒนาการคืออะไร
  2. พัฒนาการทางสติปัญญาสัมพันธ์กับการทำงานของสมองอย่างไร
  3. พัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ บรูเนอร์ ไวกอตซกี้ มีลักษณะอย่างไร
  4. การเรียนรู้หมายถึงอะไรและมีประโยชน์อย่างไร
  5. เด็กปฐมวัยมีวิธีการเรียนรู้อย่างไรและมีประโยชน์อย่างไร


-  อาจารย์ได้สอนเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์
  • ความหมายและประโยชน์ของพัฒนาการคืออะไร
       พัฒนาการ คือ การเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง แต่ละระดับอาจจะไม่เท่ากัน ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของเด็กว่าทำอะไรได้บ้างในแต่ละช่วงอายุของเด็ก  เมื่อครูทราบถึงพัฒนาการของเด็กๆแล้วครูสามารถบอกได้ว่าเด็กๆนั้นมีความสามารถทำอะไรได้บ้าง และที่สำคัญครูจะสามารถจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพัฒนาการ และจัดวิธีการเรียนรู้ให้เด็กได้อย่างเหมาะสม

  • พัฒนาการทางสติปัญญาสัมพันธ์กับการทำงานของสมองอย่างไร


                                                        * การทำงานของสมอง

                                การทำงานของสมอง คือ พัฒนาการที่มาจัดให้เป็นลำดับขั้นตอน

* พัฒนาการสมองสัมพันธ์กับพัฒนาการสติปัญญาอย่างไร ?

                        ร่างกายจะรับรู้    แล้วส่งความรู้สึกไปยังสมอง   (พัฒนาการสมอง )   ส่งผลต่อพัฒนาการสติปัญญาทำให้เกิดการเรียนรู้

  • พัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ บรูเนอร์ ไวกอตซกี้ มีลักษณะอย่างไร
  1. ทฤษฎีพัฒนาการทางทางสติปัญญาของเพียเจต์
              พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่าง ๆ เป็นลำดับขั้น ดังนี้

        1.1 ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี พฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นส่วนใหญ่ เช่น การไขว่คว้า การเคลื่อนไหว การมอง การดู ในวัยนี้เด็กแสดงออกทางด้านร่างกายให้เห็นว่ามีสติปัญญาด้วยการกระทำ เด็กสามารถแก้ปัญหาได้ แม้ว่าจะไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูด เด็กจะมีการแสดงออกของพฤติกรรมอย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการแต่กิจกรรมการคิดของเด็กวัยนี้ส่วนใหญ่ยังคงอยู่เฉพาะสิ่งที่สามารถสัมผัสได้เท่านั้น หรือที่เรียกว่า  การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 นั่นเอง
        1.2 ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี
        1.3ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage) ขั้นนี้จะเริ่มจากอายุ 7-11 ปี พัฒนาการทางด้านสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้สามารถสร้างกฎเกณฑ์และตั้งเกณฑ์ในการแบ่งสิ่งแวดล้อมออกเป็นหมวดหมู่ได้ เด็กวัยนี้สามารถที่จะเข้าใจเหตุผล รู้จักการแก้ปัญหาสิ่งต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมได้ 
        1.4ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) นี้จะเริ่มจากอายุ 11-15 ปี ในขั้นนี้พัฒนาการทางสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้เป็นขั้นสุดยอด คือเด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดแบบผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กจะสิ้นสุดลง


        2.ทฤษฎีพัฒนาการทางทางสติปัญญาของบรูเนอร์

                        ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์แบ่งได้เป็น 3 ขั้นใหญ่ ๆ คือ
  1. ขั้นการเรียนรู้จากการกระทำ (Enactive Stage) คือ ขั้นของการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งต่าง ๆ การลงมือกระทำช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้ดี การเรียนรู้เกิดจากการกระทำ
  2. ขั้นการเรียนรู้จากความคิด (Iconic Stage) เป็นขั้นที่เด็กสามารถสร้างมโนภาพในใจได้ และสามารถเรียนรู้จากภาพแทนของจริงได้
  3. ขั้นการเรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม (Symbolic Stage) เป็นขั้นการเรียนรู้สิ่งที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมได้
         3. ทฤษฎีพัฒนาการทางทางสติปัญญาของไวกอตสกี้

                                    ความสามารถของเด็กจะดีเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม

  • การเรียนรู้หมายถึงอะไรและมีประโยชน์อย่างไร
                     การเรียนรู้ คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ค่อนข้างถาวร เป็นผลอันเนื่องมาจากประสบการณ์   ทุกคนล้วนมีการเรียนรู้เพื่อให้เราอยู่รอด สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
  • เด็กปฐมวัยมีวิธีการเรียนรู้อย่างไรและมีประโยชน์อย่างไร
                  วิธีการเรียนรู้ของเด็ก เด็กจะเรียนรู้ด้วยการเล่น โดยผ่านประสาทสัมผัส ทั้ง 5 คือ  ตา - ดู  หู - ฟัง     จมูก - ดมกลิ่น  ลิ้น - ชิมรส กาย - สัมผัส   ถ้าเด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเองจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้     มากยิ่งขิ้น และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

                                                   

                                                            

วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ พัฒนาการทางสติปัญญา
-อาจารย์และนักศึกษาร่วมท่องคำคล้องจอง  ( หน้า กลาง หลัง  ,  เล็ก ใหญ่  ) พร้อมให้ดัดแปลงคำคลองจองสำหรับนับเลขคณิตศาสตร์
-นักศึกษาเลขที่ 4 - 6 นำวิจัยมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การดัดแปลงเพลงคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ในการนับเลข
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
    นำความรู้ไปใช้ในการจักกิจกรรมเพื่อให้เด็กนั้นเข้าใจค่าตัวเลข โดยใช้คำคล้องจองหรือสื่ออื่นๆและทำให้เราได้รู้ว่าการที่เราจะสอนเด็กเราต้องศึกษาพัฒนาการของเด็กว่าช่วงอายุไหนควรมีพัฒนาการเป็นแบบใด  เมื่อทราบถึงพัฒนาการของเด็กๆแล้วครูจะสามารถจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพัฒนาการ และจัดวิธีการเรียนรู้ให้เด็กได้อย่างเหมาะสม


บรรยากาศในการเรียน :


วัสดุอุปกรณ์พร้อม เนื่องจากอาคารมีการปรับปรุงวัสดุอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว 

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : ตั้งใจเรียน แต่งกายถูกระเบียบ และชอบที่ได้ร้องเพลงคำคล้องจอง
  • เพื่อน :  เพื่อนร้องเพลงคำคล้องจองอย่างสนุกสนานและมีท่าประกอบด้วย
  • อาจารย์ : อาจารย์สอนดีมีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น  เช่น การนำคำคล้องจองมาให้นักศึกษาเล่นเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าคำคล้อองจองนั้นสามารถสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กได้

สรุปโทรทัศน์ครู


สรุปโทรทัศน์ครู

สรุปจากเรื่อง : การใช้หุ่นมือ - Early Years : Using Puppets
จากที่ดิฉันได้ดูทรทัศน์ครู ทำให้ได้รู้ว่าปฐมวัยมีความสนุกสนานในการนำหุ่นกระบอกมาใช้ โดยสามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี โดยครูผู้สอนเริ่มจากแนะนำให้นักเรียนในชั้นได้รู้จักหุ่นกระบอกก่อน ผู้สอนจำเป็นต้องสร้างความคุ้นเคยกับหุ่นกระบอกให้ดี หรือฝึกหน้ากระจกก่อนนำไปสอนเด็ก ๆ
และดิฉันได้เห็นปฏิกิริยาของเด็ก ๆ ที่มีต่อหุ่นกระบอกที่ครูนำไปแสดงที่โรงเรียนเซนต์จอห์นเฟิร์สทเป็นครั้งแรก จากนั้นจะได้เห็นหุ่นกระบอกที่ขาดทักษะด้านการนับเลข และต้องการให้เด็ก ๆ ช่วยสอนวิธีนับ นี้ถือเป็นวิธีหนึ่งที่เราจะสอนเด็ก
หุ่นกระบอกถือเป็นสื่อที่ช่วยกระตุ้นทักษะด้านสุขศึกษา โดยนักเรียนไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ เช่น การใช้ผ้าเช็ดหน้า การไม่เข้าไปขัดจังหวะ หรือทำรุนแรงต่อผู้อื่น รวมทั้งการพัฒนาความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ จินตนาการ และการสื่อสาร


การนำไปประยุกต์ใช้
- การใช้หุ่นมือมาเป็นส่วนหนึ่งในการสอนเป็นเรื่องดีมาก เพราะใช้เป็นสื่อในการเรียนการสอนทำให้เด็กกล้าแสดงออก และมีความสนใจในการทำกิจกรรม ดังนั้นในการจัดกิจกรรมเราควรที่จะประดิษฐ์สื่อให้ดีและดึงดูงความสนใจให้เด็กรู้สึกอยากเล่น
- การใช้หุ่นมือมาช่วยในการเรียน การเล่านิทาน หรือกิจกรรมต่างๆ จะทำให้เด็กได้รับพัฒนาการครบทั้ง4ด้าน จากการที่ดูวิดีโอไปแล้ว เราสามารถนำไปปฎิบัติ หรือนำไปจัดกิจกรรมให้เด็กได้จริง
- การจัดกิจกรรมการใช้หุ่นมือบูรณาการเรียนการสอนได้ทุกเรื่อง เช่นคณิตศาสตร์การใช้ชีวิตประจำวัน
- การใช้หุ่นมือสามารถนำไปเป็นขั้นนำก่อนการเรียนการสอนสำหรับเด็กปฐมวัยได้ดีเลย เพราะหุ่นมือถือเป็นสื่อและตัวกระตุ้นทำให้เกิดเกิดการอยากรู้อยากเห็นอยากที่จะสัมผัส การที่เด็กอยากนี้ถือเป็นกระบวนการการเรียนรู้ของเด็กได้ดี