วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 9 วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558



บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 9 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558
เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :
         อาจารย์มอบหมายงานให้ทำ คือ  ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แต่งนิทานคณิตศาสตร์ คำคล้องจอง ปริศนาคำทาย จากสาระการเรียนรู้คณิตศาสต์ ดังนี้
สาระที่1 จำนวนและการดำเนินการ
สาระที่2 การวัด
สาระที่3  เรขาคณิต
สาระที่4. พีชคณิต
สาระที่5. การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
สาระที่6. ทักษะและกระบวณการทางคณิตศาสตร์


วิธีการสอน :
- เลขที่22  นำวิจัยมานำเสนอ
- เลขที่1 และ 3 นำเสนอบทความ
           เลขที่ 1 นำเสนอบทความเรื่อง " เทคนิคการสอนเลขอนุบาล"
           เลขที่ 3 นำเสนอบทความเรื่อง " เสริมการเรียนเลขให้วัยอนุบาล "
- เลขที่3 25 และ 26
นำเสนอกิจกรรมที่ส่งเสริมคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
            เลขที่ 3 กิจกรรม กระดุมหลากสี
            เลขที่ 25 กิจกรรม แสนสนุก
            เลขที่ 26 กิจกรรม อนุรักษ์เชิงปริมาณ

ทักษะที่ได้:
       - การกล้าแสดงออก
       - การใช้ภาษา
       - การคิดจินตนาการ

การประยุกต์ใช้ :
-เราสามารถนำนิทาน เพลง คำคล้องจอง. เพื่อใช้สอนเด็กให้เด็กได้คิดและจินตนากรได้ อีกทั้งตัวเราก็ได้ทักษะในการคิดคือได้แต่งนิทาน หรือสื่ออื่นจึงเป็นการฝึกฝนตัวเองด้วยคะ

บรรยากาศในการเรียน :
  เพื่อนๆมาน้อย บรรยากาศเงียบเหงา

กาาประเมินผล
ตนเอง : ตั้งใจเรียน แต่งกายถูกระเบียบ
เพื่อน : มีความรับผิดชอบงานมากขึ้น ไม่วุ่นวาย
อาจารย์ :อาจารย์ใช้น้ำเสียงดี แต่งกายสุภาพ

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 8 วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558


                                            

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 8 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
. วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

1.การสอนแบบโครงการ
                การสอนแบบโครงการ (Project Approach) เป็นการศึกษาอย่างลงลึกในหัวเรื่องใดหัวเรื่องหนึ่ง โดยเด็กเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่ม หรือทั้งชั้นเรียน
   .   โครงสร้างของการสอนแบบโครงการมีดังต่อไปนี้
          1. การอภิปรายกลุ่ม (Group Discussio)สนทนาร่วมกันทั้งเป็นกลุ่มย่อยและทั้งชั้นเรียนเกี่ยวกับหัวข้อที่ ทำให้เด็กมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ช่วยให้เด็กคิดและสร้างความรู้ได้ง่ายขึ้น
          2. การทำงานภาคสนาม (Field Work) การทำงานภาคสนามจะช่วยให้เด็กสร้างความรู้ใหม่จากประสบการณ์ตรง และเกิดการเชื่อมโยงกับสิ่งที่เด็กเรียนรู้ในห้องเรียน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กเข้าใจโลกมากยิ่งขึ้น และช่วยให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิในการตอบปัญหาต่างๆ ด้วย
        3. การนำเสนอประสบการณ์ (Representation)
       เด็กจะมีโอกาสทบทวนข้อมูลที่รวบรวมจากการทำงานภาคสนาม เลือกวิธีการนำเสนอที่ทำให้เพื่อน ครู หรือพ่อแม่เข้าใจ เป็นโอกาสที่เด็กจะได้เชื่อมโยงความรู้ใหม่กับความรู้เดิมด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง
        4. การสืบค้น (Investigation) การสืบค้นในการจัดการเรียนการสอนแบบโครงการสามารถใช้แหล่งข้อมูลที่หลากหลายตามเรื่องที่เด็กสนใจ เพื่อค้นหาคำตอบของคำถามที่ตั้งไว้ เด็กๆ อาจใช้วิธีการสัมภาษณ์พ่อแม่ บุคคลในครอบครัว หรือบุคคลอื่นๆ ในขณะที่ไปทำงานภาคสนาม สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ ที่ครูเชิญมาที่ห้องเรียน สังเกตและสำรวจวัตถุสิ่งของ วาดภาพโครงร่าง ใช้แว่นขยายส่องดูใกล้ๆ สัมผัสพื้นผิวต่างๆ และอาจเป็นการค้นหาคำตอบจากหนังสือในห้องเรียนหรือห้องสมุดก็ได้เช่นกัน
        5. การจัดแสดง (Display) ผลงานของเด็กทั้งที่เป็นงานรายบุคคล หรืองานกลุ่มซึ่งสามารถนำมาจัดแสดงไว้ตลอดทุกระยะของการดำเนินการตามโครงการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดหรือความรู้ให้เด็กทั้งชั้นเรียนได้เรียนรู้ การจัดแสดงช่วยให้เด็กและครูมีโอกาสบอกเล่าเรื่องราวของโครงการให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนรับรู้ด้วย
        โครงสร้างดังกล่าวข้างต้นทั้งการอภิปรายกลุ่ม การทำงานภาคสนาม การนำเสนอประสบการณ์ การสืบค้น และการจัดแสดงจะอยู่ในระยะต่างๆ ของโครงการซึ่งมี 3 ระยะ ได้แก่
ระยะที่ 1 ทบทวนความรู้เดิมและความสนใจของเด็ก
ระยะที่ 2 ให้เด็กมีประสบการณ์ใหม่ และมีโอกาสสืบค้นเพื่อหาคำตอบ
ระยะที่ 3 ประเมิน สะท้อนความคิด และแลกเปลี่ยนงานโครงการ

วิธีการสอน :
-อาจารย์สอนกิจกรรมการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์สำหรับเด็ก
- นักศึกษานำเสนอ การสอนแบบโครงการ
-นักศึกษาเลขที่ 21 นำบทความมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
-นักศึกษานำเสนอกิจกรรมส่งเสริมคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ทักษะที่ได้:
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น
-การหาความรู้นอกห้องเรียนจากการหากิจกรรมส่งเสริมคณิตศาสตร์เพื่อการนำเสนอในห้องเรียน.
-การกล้าแสดงออกในการนำเสนอ
-ทักษะการพูด

การประยุกต์ใช้  :
       สามารถนำกิจกรรมส่งเสริมคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้มากที่สุดทั้งยังมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก และอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก


บรรยากาศในการเรียน :
         วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม    โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย

กาาประเมินผล
ตนเอง : ตั้งใจเรียน แต่งกายถูกระเบียบ และมีความรับผิดชอบในการหากิจกรรมส่งเสริมคณิตศาสตร์มานำเสนอ
เพื่อน :เพื่อนมาเรียนน้อยยังไม่มีความกะตือรือร้นหาความรู้เพื่อมานำเสนอในชั้นเรียน
อาจารย์ : อาจารย์สอนดีมีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น ทั้งยังให้นักศึกษาได้พูดได้แสดงออกมากขึ้น ปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างดี


********************************************
เพลง บวก ลบ

บ้านฉันมีแก้วน้ำสี่ใบ
ครูให้อีกสามใบนะเธอ
มารวมกันนับดีๆซิเออ
ดูซิเธอรวมกันได้เจ็ดใบ
บ้านฉันมีแก้วน้ำเจ็ดใบ
หายไปสามใบนะเธอ
ฉันหาแก้วแล้วไม่เจอ
ดูซิเธอเหลือเพียงแค่สี่ใบ

      
เพลง เท่ากัน ไม่เท่ากัน
ช้างมีสี่ขา.               ม้ามีสี่ขา
คนเรานั้นหนา.         สองขา ต่างกัน
ช้าง ม้า มี                 สี่ขา เท่ากัน (ซ้ำ)
แต่กับคนนั้น.            ไม่เท่ากันเอย (ซ้ำ)

เพลง ขวดห้าใบ
ขวดห้าใบวางอยู่บนกำแพง (ซ้ำ)
เราเอาหินปาไปให้มันกลิ้งตกลงมา
คงเหลือขวด..........ใบวางอยู่บนกำแพง
*ลดจำนวนขวดลงไปตามลำดับจนกระทั่งเหลือขวด1ใบ
ไม่มีขวดเหลือเลยวางอยู่บนกำแพง

เพลง จับปู
1 2 3 4 5 จับปูม้ามาได้หนึ่งตัว
6 7 8 9 10 ปูมันหนีบฉันต้องส่ายหัว
กลัว ฉันกลัว ฉันกลัว.  ปูหนีบที่หัวแม่มือ
                                         
*****************************************

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย


            กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัย


มาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน
            มาตรฐานการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนทุกคน มีดังนี้

สาระที่ ๑ : จำนวนและการดำเนินการ

มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจำนวนและการใช้จำนวนใน ชีวิตจริง
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการของจำนวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดำเนินการต่าง
ๆ และสามารถใช้การดำเนินการในการแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้การประมาณค่าในการคำนวณและแก้ปัญหาได้
มาตรฐาน ค ๑.๔ เข้าใจในระบบจำนวนและสามารถนำสมบัติเกี่ยวกับจำนวนไปใช้ได้

สาระที่ ๒ : การวัด

มาตรฐาน ค ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด
มาตรฐาน ค ๒.๒ วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ต้องการวัดได้
มาตรฐาน ค ๒.๓ แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้

สาระที่ ๓ : เรขาคณิต 

มาตรฐาน ค ๓.๑ อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติได้
มาตรฐาน ค ๓.๒ ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิ (spatial reasoning) และใช้แบบจำลอง
ทางเรขาคณิต (geometric model) ในการแก้ปัญหาได้

สาระที่ ๔: พีชคณิต 

มาตรฐาน ค ๔.๑ อธิบายและวิเคราะห์แบบรูป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชันต่าง ๆ ได้
มาตรฐาน ค ๔.๒ ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง
ๆ ตลอดจนแปลความหมายและนำไปใช้แก้ปัญหาได้

สาระที่ ๕ : การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น 

มาตรฐาน ค ๕.๑ เข้าใจและใช้วิธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้
มาตรฐาน ค ๕.๒ ใช้วิธีการทางสถิติและความรู้เกี่ยวกับความน่าจะเป็นในการคาดการณ์ได้อย่างสมเหตุสมผล
มาตรฐาน ค ๕.๓ ใช้ความรู้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาได้

สาระที่ ๖ : ทักษะ / กระบวนการทางคณิตศาสตร์

มาตรฐาน ค ๖.๑ มีความสามารถในการแก้ปัญหา
มาตรฐาน ค ๖.๒ มีความสามารถในการให้เหตุผล
มาตรฐาน ค ๖.๓ มีความสามารถในการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ
มาตรฐาน ค ๖.๔ มีความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ ได้
มาตรฐาน ค ๖.๕ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 7 วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 7 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-อาจารย์ได้สอนเนื้อหา
  • รูปแบบการจัดประสบการณ์ 
  1. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ
  2. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบโครงการ
  3. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบสมองเป็นฐาน
  4. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบSTEM
  5. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบมอนเตสซอรี่
  6. รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบเดินเรื่อง

****รูปแบบการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ****
                    การจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ เป็นการเอาศาสตร์แต่ละอย่างมารวมกันซึ่งเกิดจากความสนใจและเชื่อมโยงกับเนื้อหาสาระการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความรู้ และมีทักษะเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาได้    

                    ความสำคัญการจัดประสบการณ์ แบบบูรณาการ  นำความรู้และทักษะจากหลายๆศาสตร์มาช่วยแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้  (เกิดความรู้ใหม่)


                                                     ศาสตร์ความรู้ในการบูรณาการ
  1. คณิตศาสตร์                        
  2. วิทยาศาสตร์
  3. ภาษา
  4. สังคม
  5. ศิลปะ
  6. สุขศึกษา
  7. พลศึกษา

  • คณิตศาสตร์    วิทยาศาสตร์   และภาษา จะพัฒนาเด็กในด้าน สติปัญญา
  • สังคม  จะพัฒนาเด็กในด้าน สังคม  
  • ศิลปะ   จะพัฒนาเด็กในด้าน อารมณ์และจิตใจ
  • สุขศึกษา และพลศึกษา   จะพัฒนาเด็กในด้าน ร่างกาย
                จะเห็นได้ว่าการสอนแบบบูรณาการนั้นจะสามารถพัฒนาเด็กได้อย่างครบองค์รวม คือการ พัฒนาเด็กอย่างรอบด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปํญญา
                     
วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนเกี่ยวกับรูปแบบการจัดประสบการณ์ รูปแบบต่างๆ
-นักศึกษาเลขที่ 17 นำโทรทัศน์ครูมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิด ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
          นำความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการจัดประสบการณ์ รูปแบบต่างๆไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เด็ก  ได้เรียนรู้ตามสาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง


บรรยากาศในการเรียน :
            โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม  มีแสงสว่างพอดี

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : มีความรู้ความเข้าในในเรื่องที่เรียน เข้าใจในเนื้อหา และเข้าใจในงานที่อาจารย์สั่ง
  • เพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย 
  • อาจารย์ อาจารย์ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงไม่ดังและเบามากเกินไป สอนได้เข้าใจง่าย สั่งงานอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น

********************************************

เพลง 1 ปี  12 เดือน 
1 ปี นั้นมี 12 เดือน  อย่าลืมเลือนจำไว้ให้มั่น
1 สัปดาห์ นั้นมี 7 วัน ๆ
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
ลั่น ลัน ลั่น ลา


เพลง นกกระจิบ
                                              นั่นนก บินมาลิบๆ               นกกระจิบ 1 2 3 4 5
                                              อีกฝูง  บินล่องลอยมา        6 7  8  9 10  ตัว





*****************************************

วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 6 วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 6 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน

1.เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ มีอะไรและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง

-อาจารย์ได้สอนเนื้อหา
  • เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ มีอะไรบ้าง
                   *นิทาน
                   *เพลง
                   *เกม  
                                             (เกมการศึกษา เช่น โดมิโน จับคู่ ภาพตัดต่อ เรียงลำดับ 
                                               เกมรถไฟ เกมความสัมพันธ์สองแกน พื้นฐานการบวก )
                   *คำคล้องจอง
                   *ปริศนาคำทาย
                   *บทบาทสมมุติ
                   *แผนภูมิภาพ
                   *การประกอบอาหาร
                   *กิจวัตรประจำวัน
                   *และอื่นๆ เช่น  การพับกระดาษ  ไปตลาด เป็นต้น

  • เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ นำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง
             เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ นั้นเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้โดยการใช้เทคนิคที่เด็กสนใจ เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก และอยู่ในชีวิตประจำวัน ของเด็ก และเปลี่ยนเนื้อเรื่องเทคนิคให้สอคคล้องกับสาระการเรียนรู้  ซึ่งการจัดกิจกรรมต่างๆที่เปิดโอกาสให้ได้เด็กได้กระทำด้วยตนเอง ผ่านการเล่น การได้สัมผัส ได้กระทำ จากการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน และผู้ใหญ่ จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และมีประสบการณ์ที่ดี

          สรุุป  การสอนเด็ก =  1.ยึดความสนใจเด็ก
                                           2.เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก
                                           3.อยู่ในชีวิตประจำวันเด็ก
                                           4.เปลี่ยนเนื้อเรื่องเทคนิคให้สอคคล้องกับสาระการเรียนรู้  

        *******************************

 เมื่อเด็กเรียนรู้แล้ว เด็กต้องได้สาระการเรียนรู้ และประสบการณ์สำคัญ
ซึ่งหมายถึง ความรู้ และ ทักษะ นั่นเองค่ะ
.....................................................................


  • สี่เหลี่ยมต่อรูปอะไรได้บ้างนะ????

เกมนี้จะช่วยฝึกให้เราได้คิดและสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ค่ะ 
โดยต้องให้ขอบของสี่เหลี่ยมด้านใดด้านหนึ่งติดกันนะค่ะ
* 1 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ?????? 
* 2 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ?????? 

* 3 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ?????? 
* 4 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ??????
* 5 สี่เหลี่ยม จะต่อได้กี่รูปนะ = ??????







วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ เทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ และการนำไปประยุกต์ใช้
-เกมสี่เหลี่ยมต่อรูปอะไรได้บ้างนะ????
-นักศึกษาเลขที่ 13-14 นำวิจัยมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
       สามารถนำเทคนิคการจัดประสบการณ์คณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้มากที่สุดทั้งยังมีความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เกี่ยวข้องกับตัวเด็ก และอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็ก


บรรยากาศในการเรียน :

         วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม    โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง ตั้งใจเรียน แต่งกายถูกระเบียบ และชอบที่ได้ร้องเพลงคำคล้องจอง
  • เพื่อน  เพื่อนร้องเพลงคำคล้องจองอย่างสนุกสนานและมีท่าประกอบด้วย
  • อาจารย์ อาจารย์สอนดีมีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น  เช่น การนำคำคล้องจองมาให้นักศึกษาเล่นเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าคำคล้อองจองนั้นสามารถสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กได้

********************************************

เพลง นับนิ้วมือ


                              นี่คือนิ้วมือของฉัน                                      มือของฉันนั้นมีสิบนิ้ว
                             มือซ้ายฉันมีห้านิ้ว                                       มือขวาก็มีห้านิ้ว

                              นับ 1 2 3 4 5                                              นับต่อมา 6 7 8 9 10 
                              นับนิ้วนั้นจงอย่ารีบ                                    นับหนึ่งถึงสิบจำให้ขึ้นใจ




เพลง หนึ่ง-สอง-สาม

                                          1 2 3 เป็นยามปลอด                4 5 6 ลอดรั้วออกไป 
                                          7 8 9 แดดแจ่มใส                    10  11 ไวไววิ่งไล่กัน
                                         12 13 รีบย่องกลับ                    14 15 หลับแล้วฝัน
                                         16 17 ตกเตียงพลัน                  18 19 20 นั้นฉันหัวโน


*****************************************

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5 วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 5 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน

1.มาตรฐานคืออะไรเเละมีประโยชน์อย่างไร

2.สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง

3.สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฎิบัติในชั้นเรียนได้อย่างไร
-อาจารย์ได้สอนเนื้อหา
  • มาตรฐานคืออะไรเเละมีประโยชน์อย่างไร 
                              มาตรฐาน คือ สิ่งที่วัดคุณภาพ โดยใช้เกณฑ์ (ขั้นต่ำ) 
          เพื่อประโยชน์คือ ควบคุมคุณภาพของสิ่งต่าง
  • สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์มีอะไรบ้าง
                                กรอบมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปฐมวัยคลิกที่นี่
                  1.จำนวนละการดำเนินการ = รู้ค่าจำนวน
                  2.การวัด = หาค่าเชิงปริมาณ
                  3.เรขาคณิต = รู้จักรูปทรง
                  4.พีชคณิต = เข้าใจแบบรูปและความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์
                  5.การวัดวิเคราห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
                  6.ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ = รู้จักการใช้เหตุผลเเก้ปัญหาด้วยตนเอง
  • สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์สู่การปฎิบัติในชั้นเรียนได้อย่างไร
  1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ : รู้ค่าจำนวน เปรียบเทียบเรียงลำดับ เข้าใจหลักการนับ
  2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงิน และเวลา : เปรียบเทียบ เรียงลำดับ เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำที่ใช้บอกเวลา
     3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต  :  ตำแหน่ง ระยะทาง ทิศทาง
     4.มีความรู้ความเข้าแบบรูปของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
     5.การมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอแผนภูมิอย่างง่าย
     6.มีทักษะและกระบวณการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ สาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์
-นักศึกษาเลขที่ 10 นำบทความมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
          นำความรู้ไปใช้ในการจักกิจกรรมเพื่อให้เด็ก  ได้เรียนรู้ตามสาระเเละมาตรฐานการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง


บรรยากาศในการเรียน :
            โต๊ะเก้าอี้จัดเป็นระเบียบเรียบร้อย วัสดุอุปกรณ์ในการเรียนการสอนมีพร้อม  มีแสงสว่างพอดี

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : มีความรู้ความเข้าในในเรื่องที่เรียน เข้าใจในเนื้อหา และเข้าใจในงานที่อาจารย์สั่ง
  • เพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย มีความกระตือรือล้นในการเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม
  • อาจารย์ อาจารย์ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย น้ำเสียงไม่ดังและเบามากเกินไป สอนได้เข้าใจง่าย สั่งงานอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้น

********************************************

เพลง เข้าแถว 
เข้าแถว เข้าแถว         อย่าล้ำแนว ยืนเรียงกัน 
อย่า มัวแชเชือน       เดินตาม เพื่อนให้ทัน 
ระวัง เดินชนกัน     เข้าแถวกัน ว่องไว




เพลง จัดแถว
สองมือเราชูตรง                แล้วเอาลงมาเสมอกับบ่า
ต่อไปย้ายมาข้างหน้า              แล้วเอาลงมาอยู่ในท่ายืนตรง




เพลง ซ้าย-ขวา
ยืนตัวให้ตรง                            ก้มหัวลงตบมือแผละ
แขนซ้ายอยู่ไหน                       หันตัวไปทางนั้นแหละ


*****************************************

วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 4 วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน
ครั้งที่ 4 เวลาเรียน 08.30-12.20 น.
วิชา การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์จินตนา สุขสำราญ
วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558


เนื้อหาการเรียน(ความรู้ที่ได้รับ) :

-  อาจารย์ได้ทดสอบก่อนเรียน
  1. ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
  2. จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
  3. ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
  4. หลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็ฏปฐมวัย
-อาจารย์ได้สอนเนื้อหาทางคณิตศาสตร์
  • ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์
        เด็กเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง5 และเรียนรู้ของจริง(รูปธรรม) เด็กจะตอบตามที่เห็น
  • จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
               เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น การรู้จักคำศัพท์
พัฒนามโนภาพเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เช่น การบวกลบ และให้เด็กค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง
  • ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย
  1. การสังเกต 
  2. การจำแนกประเภท
  3. การเปรียบเทียบ
  4. การจัดลำดับ
  5. การวัด
  6. การนับ
  7. รูปทรงและขนาด
  • หลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็กปฐมวัย
           ใช้สื่อที่เป็นของจริง(รูปธรรม)และน่าสนใจ ให้เด็กได้เล่นโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
เด็กจะมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เด็กได้ลงมือกระทำ ได้ใช้ความคิด มีสังคมและรู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
และกิจกรรมควรใช้เวลาไม่นาน เพราะ เด็กจะเบื่อง่ายตามพัฒนาการตามวัย


  • ขั้นตอนการสอน 
  1. ขั้นนำ = ร้องเพลง , คำถาม 
             -  ถามความรู้เดิมเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน เช่น ในเนื้อเพลงมีผลไม้อะไรบ้าง (ครูบันทึกที่เด้ฏตอบ)

      2.ขั้นสอน =  บูรณาการ

            - ใช้เทคนิคคำถาม เด็กจะได้ทักษะภาษา ได้สังเกต(วิทยาศาสตร์)  ได้คิด และตอบ
            - บทบาทสมมุติ (เด็กรู้จักการเลียนแบบ การปรับตัว)
            - รูปทรง ( คณิตศาสตร์)

      3.ขั้นสรุป = องค์ความรู้

           -เมื่อให้เด็กลงมือปฏิบัติจริงแล้ว ครูควรจะสรุปองค์ความรู้เพื่อเป็นตะกอนความรู้ให้กับเด็กๆ

วิธีการสอน :
- อาจารย์บอกให้ผู้เรียนทราบถึงเนื้อหาที่จะเรียนพร้อมทั้งใช้คำถามทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ ทฤษฎีเพียเจต์กับความรู้ทางคณิตศาสตร์   จุดมุ่งหมายของการสอนคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย  ขอบข่ายของหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย และหลักการสอนคณิตศาสตร์แก่เด็ฏปฐมวัย
-อาจารย์ยกตัวอย่างคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับวันเกิดเพื่อน 
-นักศึกษาเลขที่ 7- 9 นำโทรทัศน์ครูมานำเสนอหน้าชั้นเรียน


ทักษะที่ได้:
- การคิดในการตอบคำถามก่อนเรียนและหลังเรียน ได้ความรู้ที่ถูกต้อง
- การวิเคาะห์ตัวเลขที่มีอยู่ในเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน
- การสรุปองค์ความรู้ การสรุปองค์ความรู้ ทำให้เราเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมากขึ้นและเข้าใจมากขึ้น

การประยุกต์ใช้  :
    นำความรู้ไปใช้ในการจักกิจกรรมเพื่อให้เด็กนั้นเข้าใจเรื่องเวลา  โดยใช้เกณฑ์หรือสื่ออื่นๆ  และสามารถนำขั้นตอนการสอน มาใช้เพื่อให้เด็กได้ลงมือกระทำจริง เรียนรู้จริง

บรรยากาศในการเรียน :


โต๊ะเก้าอี้สะอาด นั่งเป็นระเบียบ  วัสดุอุปกรณ์พร้อม 

กาาประเมินผล 
  • ตนเอง : มีความรู้ความเข้าในในเรื่องที่เรียน เข้าใจในเนื้อหา และเข้าใจในงานที่อาจารย์สั่ง
  • เพื่อน : ให้ความร่วมมือในการเรียนการสอน ทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย มีความกระตือรือล้นในการเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและตอบคำถาม
  • อาจารย์ อาจารย์สอนดีมีเทคนิคการสอนที่ทำให้นักศึกษาเข้าใจเนื้อหามากขึ้น  เช่น การยกตัวอย่างคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวกับวันเกิดเพื่อน มาให้นักศึกษาเล่นเพื่อจะชี้ให้เห็นว่าคำคล้อองจองนั้นสามารถสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กได้ และอาจารย์มีความรู้ความสามารถ สามารถประยุกต์สอนนักศึกษากับเหตุการณ์ ณ  ปัจจุบันได้อย่างเข้าใจ